แชมพูเรมิ ทุกส่วนในร่างกายของเราต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ

แชมพูเรมิ ทุกส่วนในร่างกายของเราต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษในช่วงที่อากาศเย็นตัวลง ไม่เว้นแม้แต่เส้นผมและหนังศีรษะ เพราะอุณหภูมิที่ลดตัวลงทำให้ร่างกายสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายและส่งผลให้ผมแห้งชี้ฟู ผมร่วง และหนังศีรษะแห้งจนเป็นขุย ซึ่งการเลือกใช้แชมพูที่เหมาะสมจะช่วยยื้อชีวิตของเส้นผมและหนังศีรษะให้ฝ่าพ้นลมหนาวไปได้อย่างปลอดภัย แชมพูที่ควรหลีกเลี่ยงในฤดูหนาว แชมพูที่วางขายตามท้องตลาดนั้นไม่เหมาะสำหรับการเลือกใช้ในช่วงที่อากาศเย็นเสมอไป แม้แต่แชมพูที่มีราคาแพง เป็นที่นิยม และอ้างว่า “สกัดจากธรรมชาติ” ก็ไม่น่าไว้ใจ ซึ่งแชมพูที่คุณควรหลีกเลี่ยงในฤดูหนาวคือแชมพูที่ประกอบไปด้วยสารเคมีทั้ง 4 กลุ่มดังต่อไปนี้ แชมพูเรมิ.

แชมพูเรมิ

แชมพูเรมิ 1. Surfactants (สารลดความตึงผิว) remi shampoo

สารลดความตึงผิวมีคุณสมบัติในการชำระสิ่งสกปรกได้ พบมากในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกายทั่วไป เช่น ในสบู่ ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย และแชมพู ซึ่งก็มีทั้งชนิดที่ดีและไม่ดี ชนิดที่ไม่ดีที่พบมากในแชมพูคือ sodium lauryl sulfate (SLS), sodium laureth sulfate (SLES) และ cocamide DEA สารเหล่านี้จะทำให้เส้นผมและหนังศีรษะแห้งมากขึ้นหากใช้ในช่วงที่ผิวแห้งง่ายอยู่แล้ว อย่างเช่นในฤดูหนาว

2. Preservatives (วัตถุกันเสีย)

วัตถุกันเสียในแชมพูนั้นคล้ายกับวัตถุกันเสียในอาหาร นิผมใช้ในการยืดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ แต่ไม่ปลอดภัยนัก ชนิดที่พบมากในแชมพูคือ parabens, benzyl alchohol, methylisothiazolinone และ methylchloroisothiazolinone แชมพูเรมิ

3. Fragrance (น้ำหอม)

กลิ่นหอมของแชมพูนั้นเชิญชวนให้ใช้ผลิตภัณฑ์ได้อย่างดี แต่หากเป็นกลิ่นที่ได้มาจากน้ำหอมกลิ่นสังเคราะก็อาจทำให้หนังศีรษะแห้งหรือมีอาการระคายเคืองได้ ตามฉลากของแชมพูอาจระบุโดยตรงว่ามีส่วนประกอบของน้ำหอม คือ fragrance หรือ perfume แต่บ้างก็ระบุโดยใช้ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า phthalates

4. Retinyl Palmitate (เรทินีล หรือ กรดวิตามินเอ)

เรทินีลพบมากในครีมกันแดดและแชมพู ผลกระทบจากการใช้สารชนิดนี้ยังคงเป็นข้อ ถกเถียง บางการวิจัยกล่าวว่าเรทินีลนั้นทำให้ชั้นผิวของเราหนาขึ้น ช่วยลดริ้วรอย แต่ใช้เวลานานแรมปีกว่าจะเห็นผล ในขณะที่หลายการวิจัยในปัจจุบันก็กล่าวว่าเรทินีลนั้นมีผลเสียมากกว่าผลดีต่อสุขภาพผิวหนังเมื่อใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน คือทำให้เกิดการสะสมของสารก่อมะเร็ง ซึ่งอาจทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ในที่สุด จึงควรหลักเลี่ยงแชมพูที่ระบุว่ามีส่วนประกอบของ เรทินีล (Retinyl)

สารใน 3 กลุ่มแรกทำให้ผิวสูญเสียน้ำ ซึ่งอาจปลอดภัยมากกว่าหากใช้ในช่วงที่ผิวไม่แห้ง แต่สารในกลุ่มสุดท้ายนั้นมีผลกระทบที่ร้ายแรงกว่ามากแม้จะใช้เวลานานในการออกฤทธิ์ก็ตาม จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงแชมพูที่มีส่วนประกอบของสารเหล่านี้ในฤดูหนาว แต่วิธีที่ดีที่สุดคือเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ไม่มีมีส่วนประกอบของสารเหล่านี้อยู่เลย

การเลือกซื้อแชมพูสระผมมองดูว่าเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ที่จริงก็เป็นเรื่องยุ่งยากพอสมควร การเลือกใช้แชมพูนั้นนอกจากจะใช้แชมพูเพื่อชำระล้างฝุ่นละออง สิ่งสกปรก ไขมันที่ติดอยู่บนเส้นผมและหนังศีรษะแล้ว แชมพูที่ดีก็ต้องไม่ทำลายไขมันตามธรรมชาติของเส้นผม ไม่ทำให้ผมแห้งกรอบ ไม่ทำให้หนังศีรษะแห้งตามไปด้วย และหลังการใช้แชมพูแล้ว เส้นผมต้องอ่อนนุ่ม ลื่นมีประกาวแวววาวสปริงตัวได้ดี และไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ตามมาด้วย

แชมพูมีส่วนประกอบหลักอยู่ 3 ส่วนคือ

1. สารลดแรงตึงผิวหลัก คือ สารที่ช่วยชำระล้างทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะ

2. สารช่วยลดแรงตึงผิว เป็นสารที่ช่วยเสริมคุณสมบัติของสารลดแรงตึงผิวหลักบางอย่าง เช่น ช่วยเพิ่มฟอง เพิ่มประสิทธิภาพการชำระล้างหรือช่วยปรับสภาพเส้นผม มิให้แห้งหยาบ

3. สารเสริมผลิตภัณฑ์แชมพู ซึ่งได้แก่ สารปรับสภาพเส้นผมสารเพิ่มฟอง สารช่วยให้ทึบแสงสารแต่งสี แต่งกลิ่น สารกันเสีย สารขจัดรังแคและโรคผิวหนัง

เวลาที่เลือกซื้อแชมพูก็ต้องดูที่สภาพเส้นผมถ้าผมของเรามีน้ำมันธรรมชาติมากก็ต้องใช้แชมพูที่ชำระล้างได้มาก แต่มีตัวยาปรับสภาพเส้นผมน้อยลง แต่ถ้าผมแห้งมาก ๆ ควรใช้แชมพูที่มีส่วนผสมเป็นครีมหรือโลชั่น เพราะจะช่วยบำรุงรักษาเส้นผมและไม่ชะล้างไขมันมากเกินไป แต่มีตัวยาปรับสภาพผมมากขึ้น ส่วนคนที่มีผมยาวก็แน่นอนค่ะต้องใช้แชมพูที่มีสารบำรุงมากกว่าคนผมสั้น เพื่อช่วยไม่ให้ผมแตกปลาย คนที่ดัดผมหรือย้อมผมก็ควรเลือกแชมพูที่มีฤทธิ์เป็นกรด เพราะจะช่วยชำระล้างความเป็นด่างของเส้นผม และสำหรับคนที่มีรังแค เวลาซื้อแชมพูต้องเลือกแชมพูที่มีส่วนผสมของสารชนิดที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับรองแล้วว่าปลอดภัย โดยสังเกตที่ฉลากจะมีส่วนประกอบชื่อผู้ผลิต และถ้าสารขจัดรังแคนั้นเป็นสารควบคุมพิเศษที่จะต้องมีเลขทะเบียนตำรับเครื่องสำอางในกรอบเครื่องหมาย อย.ด้วย

ในท้องตลาดบ้านเรามีแชมพูอยู่มากมายหลายชนิดให้เลือกซื้อเลือกใช้ตามวัตถุประสงค์การใช้งาน อย่างเช่น

– แชมพูแห้ง แชมพูชนิดนี้มักอยู่ในรูปสเปรย์หรือแป้งฝุ่น แชมพูเรมิ มีสารทำหน้าที่ดูดซับสิ่งสกปรกและไขมันจากเส้นผมและหนังศีรษะ มักจะใช้กับผู้ป่วยที่สระผมเองไม่ได้

– แชมพูสำหรับเด็ก เป็นแชมพูที่อ่อนกว่าแชมพูทั่วไปและไม่ทำให้ระคายเคืองตามีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดน้อย จึงสระได้บ่อย ๆ เหมาะสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ที่แพ้แชมพู

– แชมพูขจัดรังแค แชมพูชนิดนี้มีการเติมสารขจัดรังแคลงไปด้วย เวลาใช้ต้องระวังไม่ให้เข้าตาเป็นอันขาด สารขจัดรังแคจำพวกซิงค์โพริไทโอน าซอร์ซินอล, อะลูมิเนียม ไพริไทโอน และแมกนีเซียมซัลเฟต ผนวกกับได้ไพริไทโอนเหล่านี้เป็นสารควบคุมต้องขึ้นทะเบียนเครื่องสำอาง

– แชมพูโปรตีน แชมพูโปรตีนช่วยป้องกันเส้นผมหักและแตกปลาย

– แชมพูผสมครีมนวดผม แชมพูชนิดนี้ เป็นแชมพูที่ผสมสารปรับสภาพเส้นผมลงไปในแชมพูด้วย

– แชมพูสี แชมพูสี เป็นแชมพูชนิดพิเศษใช้เพื่อย้อมเส้นผมให้มีสีตามต้องการ แต่อย่างไรก็ตามก่อนใช้ควรทดลองให้แน่ใจว่าแพ้สารที่เติมแต่งลงในแชมพูนั้น ๆ หรือไม่ แชมพูเรมิ.

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.